ป่าพรุหรือป่าบึงน้ำจืด (Fresh Water Swamp Forest)

ป่าพรุมีลักษณะเป็นป่าบริเวณที่มีพื้นด้านล่างมีน้ำขังตลอดทั้งปี โดยน้ำจะมีสภาพเป็นกรดมีสีเขียวหรือน้ำตาลเข้มที่เกิดจากการสะสมตัวของซากพืช ซากสัตว์มาอย่างยาวนาน โครงสร้างของป่าพรุในภาคกลางจะอยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม ดินระบายน้ำไม่ดีเกิดแอ่งน้ำจืดขังตัวเป็นระยะเวลานาน มีการสะสมของ ซากพืช, ซากสัตว์ย่อยสลายช้า ๆ กลายเป็นดินอินทรีย์ที่มีลักษณะหยุ่นยวบเหมือนฟองน้ำอุ้มน้ำได้มาก ป่าจะมีลักษณะโปร่งและมีต้นไม้ขึ้นอยู่ห่าง ๆ เช่น ครอเทียน สนุ่น จิก โมกบ้าน หวายน้ำ หวายโปร่ง ระกำ อ้อ และแขม ส่วนในภาคใต้ป่าพรุจะอยู่ตามบริเวณที่มีน้ำขังตลอดปีโดยมีการสะสมระหว่างดินอินทรีย์กับดินตะกอนทะเลสลับกันชั้นกัน 2-3 ชั้น บริเวณซึ่งเป็นป่าพรุน้ำกร่อยใกล้ชายทะเลมีต้นเสม็ดจะขึ้นอยู่หนาแน่นผสมกับต้นกกชนิดต่าง ๆ เรียก “ป่าพรุเสม็ด หรือป่าเสม็ด” ส่วนที่ห่างชายทะเลเป็นป่าที่มีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ขึ้นปะปนกัน ชนิดพันธุ์ไม้ที่สำคัญของป่าพรุในภาคใต้ ได้แก่ อินทนิล น้ำหว้า จิก โสกน้ำ โงงงันกะทั่งหัน สำหรับไม้พื้นล่างจะประกอบด้วย หวาย ตะค้าทอง หมากแดง และหมากชนิดอื่น ๆ สำหรับพื้นที่ป่าพรุที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือ ป่าพรุสิรินธร หรือป่าพรุโต๊ะแดง ในจังหวัดนราธิวาส
ป่าชายเลน (mangrove forest หรือ intertidal forest)

ป่าชายเลน หรือ ป่าโกงกาง ( Mangrove forest หรือ Intertidal forest) บางทีเรียกว่า "ป่าเลนน้ำเค็ม” ป่าชายเลนจะปรากฏอยู่ตามที่ดินเลนริมทะเลหรือบริเวณปากน้ำแม่น้ำใหญ่ ๆ ซึ่งมีน้ำเค็มท่วมถึงมีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นแต่ละชนิดมีรากค้ำยันและรากหายใจ ป่าชายเลนพบทั่วไปตามพื้นที่ชายฝั่ง ทะเล บริเวณปากน้ำ อ่าว ทะเลสาบ และเกาะ ซึ่งเป็นบริเวณที่น้ำทะเลท่วมถึงของประเทศ ป่าชายเลนในประเทศไทยซึ่งขึ้นอยู่กระจัดกระจายตามชายฝั่งทะเล ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้
พันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ตามป่าชายเลน ส่วนมากเป็นพันธุ์ไม้ขนาดเล็กใช้ประโยชน์สำหรับการเผาถ่านและทำฟืนไม้ชนิดที่สำคัญ คือ โกงกาง ประสัก ถั่วขาว ถั่วขำ โปรง ตะบูน แสมทะเล ลำพูนและลำแพน ฯลฯ ส่วนไม้พื้นล่างมักเป็นพวก ปรงทะเลเหงือกปลายหมอ ปอทะเล และเป้ง เป็นต้น
ป่าชายหาด (Beach Forest)

ป่าชายหาดพบกระจายตามชายทะเลที่เป็นหาดทรายเก่าน้ำท่วมไม่ถึง จะมีเฉพาะบริเวณหาดทรายตั้งแต่แนวต้นไม้ซึ่งคลื่นพัดขึ้นมาท่วมไม่ถึงคลุมลึกเข้าไปจนหมดอิทธิพลของไอเค็มจากทะเล โครงสร้างของป่าชาดหาดจะเป็นป่าโปร่งไม่ผลัดใบที่ปกคลุมอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลที่ดินเป็นดินทรายจัด น้ำทะเลท่วมไม่ถึง หรือบริเวณหาดทรายเก่าที่ยกตัวสูงขึ้นหรือบริเวณที่เป็นหินชิดฝั่งทะเล ดินค่อนข้างเค็มและที่สำคัญคือมีไอเค็ม (salt spray) จากทะเลพัดเข้าถึง ต้นไม้สำคัญที่เป็นพืชทนเค็ม และมักมีลักษณะไม้เป็นพุ่มลักษณะต้นคดงอด้วยแรงลม ใบหนาแข็ง ได้แก่ สนทะเล หูกวาง โพธิ์ทะเล กระทิง ตีนเป็ดทะเล หยีน้ำ มักมีต้นเตยและหญ้าต่าง ๆ ขึ้นอยู่เป็นไม้พื้นล่าง ตามฝั่งดินและชายเขา มักพบไม้เกตลำบิด มะคาแต้ กระบองเพชร เสมา และไม้หนามชนิดต่าง ๆ เช่น ซิงซี่ หนามหัน กำจาย มะดันขอ เป็นต้น
ป่าชายหาดมีการกระจายขาดเป็นตอนๆ บางพื้นที่สลับกับป่าชายเลนและบางพื้นที่สลับกับป่าดงดิบหรือผาหิน ทางชายทะเลฝั่งภาคตะวันออกพบตั้งแต่จังหวัดชลบุรี ลงไปถึงจังหวัดตราด ทางภาคใต้พบทางฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยจากจังหวัดเพชรบุรีลงไปจนต่อเขตแดนประเทศมาเลเซีย รวมถึงเกาะต่างๆ ในอ่าวไทยด้วย และทางฝั่งตะวันตกมีพบตั้งแต่จังหวัดระนองลงไป จนถึงจังหวัดสตูลรวมทั้งหมู่เกาะน้อยใหญ่ ในทะเลอันดามันด้วยโดยเฉพาะเกาะตะรุเตามีป่าชายหาดที่สวยงามและค่อนข้างสมบูรณ์มากแห่งหนึ่ง



