Geograpgy Key Insights

Earth System
People • Culture • Interaction
Region • Identity • Connections
Place • Analysis • Change
ลักษณะและสาเหตุการเกิดภัยแล้งในประเทศไทยที่ขึ้นเป็นประจำเกือบทุกปี

หลักและวิธีการหรือดัชนีวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงต่อสภาวะภัยแล้ง

วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงต่อสภาวะภัยแล้ง มีปัจจัยที่ควรนำมาวิเคราะห์ คือ

1.       ปริมาณน้ำฝนรวม

2.       จำนวนวันที่ฝนตก 

3.       เขตชลประทาน 

4.       แหล่งน้ำใต้ดิน 

5.       พืชปกคลุม 

หลักเกณฑ์ในการวิเคราะห์ในแต่ละปัจจัย ประกอบด้วย

1.ปริมาณน้ำฝนรวมรายปี มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา 2 วิธี คือ

1.1 วิธี Rainfall Decile เป็นวิธีคำนวณค่าดัชนีฝน (Decile Range) ใช้ปริมาณฝนรายปี ณ. บริเวณใดบริเวณหนึ่งมาทำการคำนวณ โดยแบ่งข้อมูลรายปีออกเป็น 10 ช่วงเท่าๆกัน ช่วงล่ะ 10% (Decile) ค่าที่คำนวณได้จะสามารถบอกได้ว่ามีฝนดีหรือฝนแล้งอย่างไร โดยมีเกณฑ์ดังนี้

                   Decile Range

                             1                    < 10%           ฝนแล้งจัด

                             2                    10-20%         ฝนแล้ง

                             3               20-30%          ฝนค่อนข้างแล้ง

                             4                   30-70%           ฝนปานกลาง

                             5                   70-80%           ฝนค่อนข้างดี

                             6               80-90%          ฝนดี

                             7                   90-100%         ฝนดีมาก

          1.2 วิธีคิดปริมาณฝนรวมรายปี โดยการถือเอา 1200 มม. เป็นเกณฑ์ ถ้า

บริเวณใดมีปริมาณฝนรวมรายปีต่ำกว่า 1200  มม. ถือได้ว่าบริเวณนั้นมีปริมาณฝนรวมรายปีน้อย ซึ่งในวิธีนี้พบว่า บริเวณที่มีฝนรวมรายปีน้อยในประเทศไทย มีแทบทุกภาคของประเทศ แต่สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่มีน้ำท่าเข้ามาช่วยเสริมจึงทำให้เกิดความแห้งแล้งมีความรุนแรงกว่าภาคอื่นๆ

2.จำนวนวันที่ฝนตก

จำนวนวันที่ฝนตกต่อปี ทำให้ทราบว่าบริเวณนั้นบริเวณนั้นเกิดความแห้งแล้งหรือไม่  ปกติจำนวนวันที่ฝนตกต่อปีจะถือจำนวน 100 วันต่อปี ถ้าไม่ถึงจะถือว่าบริเวณนั้นมีความแห้งแล้งเกิดขึ้น ประกอบกับในฤดูฝน ถ้าฝนตกไม่ถึงวันละ 1 มม.ติดต่อกันเกิน 15 วันจะถือว่าเกิดฝนทิ้งช่วงในฤดูฝนซึ่งจะทำให้เกิดความแห้งแล้งเช่นกัน

3.เขตชลประทาน

          พื้นที่ที่อยู่ในเขตชลประทานจะบอกถึงระดับโอกาสการเกิดภัยแล้ง เนื่องจากบริเวณที่อยู่ในเขตชลประทานสามารถได้รับน้ำที่ส่งผ่านมาตามคลองชลประทานในช่วงที่ขาดน้ำทำให้มีโอกาสการเกิดภัยแล้งน้อยกว่าบริเวณที่อยู่นอกเขตชลประทาน

4.แหล่งน้ำใต้ดิน 

พื้นที่ที่อยู่ในบริเวณที่มีน้ำใต้ดินจะมีโอกาสการเกิดภัยแล้งน้อยกว่าบริเวณที่อยู่

นอกบริเวณที่มีน้ำใต้ดิน เนื่องจากน้ำใต้ดินสามารถแทรกซึมขึ้นมาบนผิวดินและทำให้เกิดความชื้นบนดินได้

5.พืชปกคลุม

ประเภทของพืชคลุมดินจะเป็นตัวบอกระดับโอกาสการเกิดภัยแล้งได้ โดยพืชบางประเภทจะช่วยกักเก็บความชื้น บางประเภทจะหาน้ำเก่ง อย่างไรก็ตามการมีพืชคลุมดินจำนวนมากย่อมทำให้มีโอกาสเกิดภัยแล้งน้อยกว่าบริเวณที่มีพืชคลุมดินจำนวนน้อย