ได้เห็นการปฏิบัติและรับฟังการบรรยาย องค์ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์จาก ม.แม่โจ้ (เริ่มรัก ม.แม่โจ้แล้วสิ...) 

  ก่อนบันทึกเรื่องนี้ต้องขอขอบพระคุณ อาจารย์ชัช พชรธรรมกุล ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่ให้โอกาสชาวแม่ริมอย่างผมซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับ ม.แม่โจ้ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมรับรู้เรื่องราวของเกษตรอินทรีย์ โดยเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ในการอบรมในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการผลิตพืชระบบปลอดภัยและระบบอินทรีย์แบบครบวงจรเชิงการค้า และเมื่อผมได้เห็นการปฏิบัติและรับฟังการบรรยายแล้ว ผมยิ่งมั่นใจว่า ม.แม่โจ้ ไม่ปิดกั่นองค์ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์แก่ใครๆ ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลจาก ม.แม่โจ้ ก็ตาม

* เช้าวันที่ 14 ก.ย. 2559 ณ. สำนักฟาร์ม ม.แม่โจ้ รศ.เพ็ญรัตน์ หงษ์วิทยากร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ กล่าวต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากขอนแก่นด้วยความอบอุ่น (ความอบอุ่นนั้นได้แผ่ขยายมาสู่..ผม...ชาวแม่ริมอีกด้วย)

 

 

* อ.มิ่งขวัญ แดงสุวรรณ แนะนำให้พวกเรารู้จักแม่โจ้ และรู้จักซึ่งกันและกัน รวมทั้งได้เล่าเรื่องการเกษตรตามแนวพระราชดำริให้พวกเราฟังก่อนพาพวกเราไปเดินป่า ดูป่าต้นน้ำซึ่ง เป็นเส้นทางที่ในหลวงของเราเคยเสด็จพระราชดำเนินมาถึง 4 ครั้ง

อาจารย์ซึ่งเป็นปราชญ์ชาวบ้าน เล่าให้เราฟังว่า การเสด็จของพระองค์ที่ผ่านมาทั้ง 4 ครั้งทำให้ชุมชนบ้านโป่งและชุมชนใกล้เคียงเปลี่ยนแปลงดีขึ้น ชาวบ้านมีอาชีพ มีความสุข ป่าอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านรู้จักการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ อาจารย์ปราชญ์ชาวบ้านเล่าเป็นภาษาบ้านๆ ว่าในหลวงฝากให้ ม.แม่โจ้ช่วยดูแล ส่งเสริม สนับสนุนให้ชาวบ้านมีอาชีพเพื่อให้ชาวบ้านได้อยู่ดีกินดี และวันนี้ ม.แม่โจ้...ทำได้

 ผมได้มีโอกาสรู้จักไม้สัก

  

ไม้แดง

 โดยเฉพาะไม้สักที่เรียกกันว่าสักทอง หรือสักอื่นๆ อาจารย์เล่าว่าจริงๆแล้วมันก็เหมือนๆ กันเพียงแต่ไม้สักทองจะมีแก่นสีเหลืองขึ้นอยู่ในที่สูงมีน้ำน้อย ส่วนที่ขึ้นอยู่ในที่ลุ่มต่ำมีน้ำมากจะเรียกว่าสักหยวก ส่วนที่เป็นไม้สักที่มีแก่นสีดำจะเรียกว่าสักขี้ไก่ ส่วนที่เป็นตอไม้สักซึ่งหลงเหลือจากการใช้สัมปทานในอดีต เมื่อก่อนยังมีการขุดไปขายเอาไปประดับพื้นที่ ซึ่งได้ราคาค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบันไม่มีการนำไปขายแล้วจึงหลงเหลือให้เห็นกันอยู่บ้าง

 

นอกจากนี้ อาจารย์ซึ่งเป็นปราชญ์ชาวบ้านยังเล่าและแนะนำให้รู้จักสมุนไพรในป่าซึ่งมีอยู่มากมาย รวมทั้งบอกสรรพคุณและการนำไปใช้ประโยชน์ของชาวบ้านตามภูมิปัญญาดั่งเดิม

 

มีทั้งย่านลิเพาที่ผมไม่เคยเห็น ต้นหมี่ และที่พวกหนุ่ม แก่ สนใจกันมากคือสมุนไพรโด่ไม่รู้ล้ม ซึ่งอาจารย์ซึ่งอาจารย์ปราชญ์ชาวบ้านสอนวิธีสังเกตุว่าต้นไหนใช่และต้นไหนไม่ใช่อีกด้วย...นับว่าได้ประโยชน์อย่างสูงเลยทีเดียว (นะพวกเรา)

* ก่อนออกจากป่า อาจารย์ได้พาไปดูฝ่ายกั้นน้ำที่ในหลวงทรงพระราชทานแนะนำให้ชาวบ้านได้ทำเพื่อกั่นน้ำไว้ใช้ประโยชน์

 * ก่อนกลับได้มีโอกาสเข้าไปไหว้พระที่วัดดอนแท่นพระผาหลวง ซึ่งเป็นวัดแห่งเดียวที่พระประทางในวิหารหันหลังให้ด้านหน้าวิหาร ทำให้กราบพระประทานด้านลังวิหาร...แปลกดี

* ช่วงบ่าย อ.ดร.เทิดศักดิ์ โทณลักษณ์ ได้บรรยายให้เราฟังเรื่อง สมุนไพรเพื่อชีวิต โดยเล่าว่าเราคุ้นเคยและรู้จักกับสารอาหารซึ่งมีอยู่ทั่วไปในอาหารที่เรียกว่า ไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นสารอาหารปฐมภูมิแล้ว สำหรับสมุนไพร ยังมีสารอาหารที่สำคัญซึ่งเป็นสารอาหารทุติยภูมิ ได้แก่ พวกน้ำมันหอมระเหย เรซินและบาลซัม แอลคาลอยด์ กลัยโคไซน์ แทนนิน (ซึ่งทั้งหมดผมไม่คุ้นหูเลย จะได้ยินบ้างก็พวกเรซิน) อ.ดร.เทิดศักดิ์ฯ ยังเล่าอีกว่า การเตรียมยาสมุนไพรจะมีหลายวิธีการ ซึ่งแต่ละวิธีมุ่งที่จะทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ดีเหมาะกับการนำไปใช้ประโยชน์ที่สุด ดังนั้นจึงพบว่ามีสมุนไพรที่เป็นทั้ง ยาชง ยาต้ม ยาดอง ยาผง และยาลูกกลอน นอกจากนี้ อ.ดร.เทิดศักดิ์ฯ ยังได้แนะนำสมุนไพรที่ถูกคัดเลือกเพื่อใช้ในการรักษาโรคหรืออาการเจ็บป่วยเบื้องต้น ซึ่งเรียกว่า สมุนไพรในสาธารณสุขมูลฐาน ซึ่งประกอบด้วยสมุนไพรรักษาแผลในทางเดินอาหาร รักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ  รักษาอาการท้องเสีย รักษาอาการท้องผูก สมุนไพรที่มีฤทธิ์ฆ่าพยาธิ สมุนไพรรักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน  สมุนไพรรักษาอาการเบื่ออาหาร สมุนไพรแก้อาการขัดเบา สมุนไพรรักษาอาการไอ มีเสมหะ สมุนไพรรักษาเหา สมุนไพรรักษาอาการเคล็ด ขัดยอก สมุนไพรรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก สมุนไพรรักษาอาการนอนไม่หลับ และสมุนไพรเพื่อความงาม... (ประโยชน์สะเปอะ)

 * เกร็ดเล็กๆที่หลายคนไม่รู้ซึ่ง อ.ดร.เทิดศักดิ์ฯ ถามว่า กระชาย ข่า ขมิ้น หอม กระเทียม ... อะไรเป็นราก อะไรเป็นต้น...

 พวกเรา งง และเดากันสนุกสนาน.. อาจารย์ให้สังเกตว่า ส่วนที่เป็นต้นจะมีตาบนลำต้น เช่น ข่า ส่วนกระชายไม่มีตา ดังนั้นกระชายก็คือส่วนราก สำหรับ หอม กระเทียม จะมีลำต้นเล็กๆซ่อนอยู่ สิ่งที่เราเห็นเป็นกลีบเป็นส่วนของกานใบ กาบใบ

 * หลังจากนั้นได้มีโอกาสลงไปในแปลงดูพืชต่างๆ รวมทั้งพืชสมุนไพร ได้มีโอกาสรู้จัก ว่านน้ำ ตระไคร้หอม หนอนตายยาก ขมิ้นชัน หญ้าหวาน กระชายดำ และอื่นๆ (หนุกมาก)

 

 

 

 แค่วันแรก คนแม่ริมอย่างผมก็ได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล.....

 แล้วคงได้เล่าประสบการณ์ เกษตรอินทรีย์เป้าหมายที่นำคนขอนแก่นมา ม.แม่โจ้ ตอน 2 ต่อนะครับ

 

JSN Epic template designed by JoomlaShine.com